ไม่ต้องหัวเราะก็ได้ ..ไม่ร้องไห้ก็พอ

มีใครจำประโยคเด็ดนี้ได้มั้ยฮะ

ฉากที่เห็น มาจาก Ocean’s Eleven หนังเก่าสมัย Matt Demon ยังไม่ไปผจญภัยเยอะ ไปมาแค่นอร์มังดี (Saving Private Ryan…หนังดี แนะนำ)

กลับมาเข้าเรื่องก่อน..

ในตอนนี้ แดนนี่ (จอร์จ) เจอกับเทสส์ (จูเลีย) อดีตภรรยาซึ่งหลังจากไม่เจอกันหลายปี ก็ไม่ได้โสด แต่เดทกับเจ้าของคาสิโนอยู่

แดนนี่ถามเทสส์ว่า “แล้วตานั่นทำให้เธอหัวเราะมั้ย (Does he make you laugh?)”

เทสส์ตอบว่า “เค้าไม่ทำให้ฉันร้องไห้ก็แล้วกัน (He doesn’t make me cry.)”

สั้นๆ แต่เจ็บ

แล้วก็คิดว่า เออ จริงนะ แล้วเราต้องมองหาอะไรในความสัมพันธ์​

และ แล้วหน้าปู่ชาร์ลี มังเกอร์ ลอยมา

“Invert, always invert”


Inversion

จริงๆ ปู่ชาร์ลีไม่ใช่คนแรกที่พูดคำนี้

หลักคิดนี้ มาจากนักคณิตศาสตร์ชาวเยอรมัน Carl Jacobi ที่พูดว่า

man muss immer umkehren หรือก็คือ

“invert, always invert.”

Jacobi ใช้หลักการนี้ในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ยากๆ เพราะเชื่อว่า หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้คิดได้อย่างชัดเจนคือ

การคิดถึงปัญหาในอีกมุมนึง หรือคิดย้อนกลับมา
(โดยการตั้งคำถามใหม่ในทางตรงข้าม)

ตัวอย่างที่ปู่ชาร์ลีเคยพูดก็คือ

สิ่งที่ฉันอยากรู้คือ ทางไหนที่ไปแล้วจะตาย ฉันจะได้ไม่ไปทางนั้น

  • ขยายความหน่อยก็คือ คนเราเอาแต่มุ่งไปข้างหน้า ทำยังไงให้มีชีวิตอยู่ แต่ปู่คิดอีกทาง ทำยังไงถึงจะตาย จะได้ไม่ทำ
  • ซึ่งถือว่า สำเร็จนะ ปู่ก็หนีทางนั้นจนอยู่ถึงอายุเกือบ 100 แต่สุดท้ายก็หนีทางนั้นไม่พ้น ..​RIP

หลักคิดเดียวกันเป็นรากฐานของหลักการลงทุนของ Berkshire.. ง่ายๆ คือ มันต้องไม่เจ๊ง.. แล้วทำยังไงบริษัทถึงจะเจ๊งล่ะ

  • ลงทุนในธุรกิจที่ไม่เข้าใจ
  • กู้หนี้เกินตัว
  • คาดเดาระยะสั้น

ถ้ารู้ว่า ทำแบบนี้แล้วเจ๊งชัวร์ ก็แค่ไม่ทำ

อ่านถึงตรงนี้ คิดว่า อะไรทำให้คนไม่อ่านต่อนะ ..​อ่อ มันยาวไป

แต่ขอเขียนอีกหน่อยแล้วกัน 😀


Pre-Mortem

ในหลักของ Project Management มีสิ่งนึงที่อยู่บนหลักการเดียวกัน เรียกว่า

“Pre-Mortem”

ภาษาไทยไม่รู้แปลว่าอะไร แต่ขอเรียกว่า “ก่อนตาย” (ที่ไม่ใช่ชื่อเพลง.. ถ้าทันก็คือ ไม่เด็กละนะ)

วิธีก็คือ ให้คิดว่า มีทางไหนบ้างที่จะทำให้โปรเจคล่ม

คิดแล้ว อย่าให้เสียของ ให้ช่วยกันคิดหาวิธีป้องกัน/ เตรียมตัวไม่ให้เกิดเหตุแบบนั้น)


อย่าเพิ่งรีบรวย ถ้ายังไม่รู้ว่าจะจนจากอะไร

เรื่องนี้ทำให้นึกถึงตอนไปสอนวิชาการเงินให้น้อง ม.1

หลักสูตรที่บอกให้เริ่มด้วยการสอนเรื่องวางแผนการเงิน บันทึกรายรับ-รายจ่าย พลังของดอกเบี้ยทบต้น​ นั่นแหละ..

ตอนนั้น เด็กๆ เริ่มตาลอย เลยคิดว่า แทนที่จะสอนว่า “ทำยังไงถึงจะวางแผนการเงินได้” น่าจะแค่ถามง่ายๆ ว่า

“คิดว่าทำยังไง เราถึงจะจนแน่ๆ?”

“กู้เงิน,ใช้เงินเกินตัว, เล่นพนัน” เสียงดังเซ็งแซ่ แย่งกันตอบ (เพราะเด็กๆ เข้าใจว่ามีรางวัล ฮ่าๆ)

กลายเป็นว่า เข้าใจได้ง่ายกว่า

เพราะเป้าหมายแรกของชีวิตไม่ใช่การรีบสะสมทรัพย์สิน

แต่คือ การเลี่ยงทำให้ชีวิต (ทางการเงิน) พัง มากกว่า


กลับมาที่เรื่องของหนัง และเรื่องของเรา

เราเฝ้ามองหาชีวิตที่มีความสุข โดยลืมนึกไปว่า

แล้วทำยังไงให้ชีวิตไม่มีความสุขล่ะ

รึเปล่า

เราขยันลดน้ำหนัก ตัดแป้ง ออกกำลังกาย โดยลืมไปว่า ตัวการทำให้น้ำหนักเพิ่มคืออะไรบ้าง ..ความเครียดด้วยรึเปล่า

เราอยากรวย แต่ไม่ได้ถามว่า ทำยังไงถึงจะจน จนใส่ของไว้เต็มตะกร้า รอวันเลขเบิ้ล รึเปล่า

ลองปรับวิธีคิด เปลี่ยนวิธีการตั้งคำถามใหม่

บางที คำตอบอาจจะได้จากคำถามใหม่นั้นแหละ

invert, always invert

One response to “ไม่ต้องหัวเราะก็ได้ ..ไม่ร้องไห้ก็พอ”

  1. Critical thinking ep. 1: คำตอบที่ถูกต้อง คือ.. – WHY-ING Avatar

    […] อย่าโดนสมองหลอกให้ยึดติดกับคำตอบเดียว จนมองหาทางออกอื่นไม่เจอ ลองหาความเป็นไปได้อื่น หรือลองตั้งคำถามใหม่ก็ได้ (ลองดู inversion ที่นี่)  […]

    Like

Leave a comment